|
ชุดตรวจการปนเปื้อนของโลหะหนัก สำหรับตรวจอาหาร สีทาผนังอาคาร สีฉาบบนของเด็กเล่น น้ำเสียจากโรงงาน และ สิ่งแวดล้อม

HMT (Specific) Kit เป็นชุดตรวจหาโลหะหนัก แบบหาปริมาณในแต่ละชนิดของ อะลูมิเนียม(Al) อาร์ซีนิค-สารหนู(As) แคดเมี่ยม(Cd) คลอรีน (Cl) โคบอลต์(Co) โครเมี่ยม(Cr) ทองแดง(Cu) เหล็ก(Fe) เมอร์คิวรี-ปรอท(Hg) ลีด-ตะกั่ว(Pb) แมงกานีส( Mn) โมลิบดีนัม(Mo) นิคเกิล(Ni) ซิลเวอร์-เงิน(Ag) และ สังกะสี(Zn)
HMT Aluminium Kit สำหรับตรวจอะลูมิเนียม HMT Aluminium Kit
HMT Arsenic Kit สำหรับตรวจอาร์ซีนิค HMT Arsenic Kit
HMT Arsenic Sensitive Kit สำหรับตรวจสารหนูปริมาณต่ำ HMT Arsenic Sensitive Kit
HMT Cadmium Kit สำหรับตรวจแคดเมี่ยม HMT Cadmium Kit
HMT Chlorine Kit สำหรับตรวจคลอรีน HMT Chlorine Kit
HMT Chromium Kit สำหรับตรวจโครเมี่ยม HMT Chromium Kit
HMT Cobalt Kit สำหรับตรวจโคบอลต์ HMT Cobalt Kit
HMT Copper Kit สำหรับตรวจทองแดง HMT Copper Kit
HMT Iron Kit สำหรับตรวจเหล็ก HMT Iron Kit
HMT Lead Kit สำหรับตรวจตะกั่ว HMT Lead Kit
HMT Manganese Kit สำหรับตรวจแมงกานีส HMT Manganese Kit
HMT Mercury Kit สำหรับตรวจปรอท HMT Mecury Kit
HMT Molybdenum Kit สำหรับตรวจโมลิบดีนัม HMT Molybdenum Kit
HMT Nickel Kit สำหรับตรวจนิเคล HMT Nickel Kit
HMT Silver Kit สำหรับตรวจเงิน HMT Silver Kit
HMT Tin Kit สำหรับตรวจดีบุก HMT Tin Kit


HMT General Kit ชุดทดสอบตรวจโลหะหนัก แบบรวมทดสอบหลายชนิด
วิธีการเตรียมตัวอย่างต่างๆ ก่อนการทดสอบ
ตัวอย่างน้ำ
ควรเก็บตัวอย่างน้ำไหลแรกออกจากก็อก ในตอนเช้า ในการทดสอบน้ำในระบบท่อส่ง
ไม่ต้องเติมสารใดๆ ใช้ตัวอย่างน้ำจากสิ่งแวดล้อม ประมาณ 3-4มิลลิลิตร เพื่อใช้ ในการทดสอบ
แก้ว จานเซรามิก
ใส่น้ำกลั่น เขย่าแบบวนรอบกับสาร (เซรามิก หรือ ผลึกวาวใส-ตะกั่ว)
ตั้งทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง เก็บตัวอย่างส่วนน้ำใสเหนือตะกอน ประมาณ 3-4มิลลิลิตร เพื่อใช้ ในการทดสอบ
ตัวอย่างจาก ฝุ่น ข้าว นม อาหาร
นำตัวอย่างสารดังกล่าว ที่จะทดสอบใส่ลงในกล่องพลาสติก
ใส่น้ำกลั่น 30 มิลลิลิตร เขย่าอย่างแรง ตั้งทิ้งไว้ข้ามคืน (24 ชั่วโมง)
เก็บตัวอย่างส่วนน้ำใสเหนือตะกอน ประมาณ 3-4มิลลิลิตร เพื่อใช้ ในการทดสอบ
ตัวอย่างอื่นๆ
โปรดติดต่อบริษํท (อาจต้องมีการปรับสภาพ ความเป็นกรด เพื่อสกัด อิออนของโลหะหนัก)
การอ่านผลโดยเทียบสีของสารละลายกับแผ่นบอกสี Colour chart
สีเขียว หมายถึง ตรวจไม่พบกลุ่มโลหะหนัก
สีเทา แสดงว่า มีโลหะหนักหลายชนิดผสมกันอยู่
สีน้ำเงิน-น้ำตาล แสดงว่า น่าจะเป็นโลหะทองแดง Cu หรือ โคบอลต์ Co
สีทราย แสดงว่ามี โลหะแคดเมี่ยม Cd หรือ นิกเกิล Ni
สีส้ม แสดงว่า มีโลหะปรอท Hg ซึ่งต้องระวังในการอ่านสีที่คล้ายตัวอย่างจากน้ำลาย หรือ น้ำนม
สีชมพู แสดงว่า มีโลหะสังกะสี Zn หรือ มังกานีส Mn
สีแดง แสดงว่า มีโลหะตะกั่ว Pb
โปรดระวัง สีจะจางไปใน 30 นาที!!
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 98 เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อนตรวจพบสารปนเปื้อนได้ไม่เกินข้อกำหนดดังต่อไปนี้
ดีบุก 250 มก. ต่ออาหาร 1 กก. สังกะสี 100 มก. ต่ออาหาร 1 กก. ทองแดง 20 มก. ต่ออาหาร 1 กก. ตะกั่ว 1 มก. ต่ออาหาร 1 กก. สารหนู 2 มก. ต่ออาหาร 1 กก. ปรอท 0.5 มก. ต่ออาหาร 1 กก. สำหรับอาหารทะเล และ ไม่เกิน 0.02 มก. ต่อ อาหาร 1 กก. สำหรับอาหารอื่นๆ
Water Quality Strips ชุดวิเคราะห์สารปนเปื้อนในน้ำอย่างเร่งด่วน
 
ชุดตรวจคุณภาพน้ำ เพื่อวิเคราะห์สารปนเปื้อน อย่างเร่งด่วนใน1-10นาที ใช้วิธีการเทียบสีของแผ่นทดสอบกับสีมาตรฐานที่ระดับต่างๆ
แผ่นวัดค่าพีเอช 2, 4, 5, 6.5, 8.5, 9.5, 10.5, 12
แผ่นวัดค่ารวมของคลอรีน 0, 0.2, 1, 4, 10 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าคลอรีนอิสระ 0, 0.1, 0.2, 0.5, 1, 2.5, 5 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าความกระด้าง 0, 50, 75, 150, 300, 1000 ppm
แผ่นวัดค่าอัลคาไลนิตี้ของอนุภาคโลหะที่เป็นด่าง 0, 80, 120, 180, 240, 500 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าอนุภาคทองแดง 0, 0.5, 1, 2, 5 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าซัลเฟต 0, 250, >500
แผ่นวัดค่าไฮโดรเจนซัลไฟต์ 0, 5, 10, 20, 30, 40, 50, 60, 80 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าอนุภาคเหล็ก 0, 0.1, 0.3, 1, 5 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าไนไตรท์และไนเตรท
NO3: 0, 0.5, 2, 5, 10, 20, 50, ppm (mg/L) (as N)
NO2: 0, 0.15, 0.3, 1, 1.5, 3, 10 ppm (mg/L) (as N)

แผ่นวัดค่ายาฆ่าแมลงอทราซีน 3ppb (μg/L) for atrazine and 4ppb (μg/L) for simazine
แผ่นวัดค่าแมงกานีส <0.02, 0.05, 0.1, 0.2, 0.5, 1.0, 2.0 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าทองแดง 0, 0.05, 1, 2.5, 5 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าคลอไรด์ 0, 50, 100, 250, 500 ppm (mg/L)
แผ่นวัดเปอร์ออกไซด์ 0.05, 2.0, 0.5, 10, 25, 50, 100 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าตะกั่ว for the EPA limit of 15 ppb (μg/L) lead in water, lateral flow strip
แผ่นวัดค่าสังกะสี 0, 2, 5, 10, 20, 40, 100 mg/L
แผ่นวัดค่าแอมโมเนีย for toxic ammonia: 0.0, 0.2, 0.5, 0.75, 1.0, 2.0, 4.0
แผ่นวัดค่าสารหนู 0, 0.010, 0.025, 0.050, 0.1, 0.2, 0.3, 0.5, 1.0 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าโอโซน 0.05, 0.1, 0.2, 0.3 ppm (mg/L)
แผ่นวัดค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (มี หรือ ไม่มี)
"สารโลหะหนัก" อันตรายใกล้ๆตัว
-
ปรอท(mercury)-
ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตคลอรีน เครื่องใช้ไฟฟ้า สีทาบ้าน และอื่น ๆ เหล่านี้เป็นแหล่งใหญ่ของปรอทที่ถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม และไปปนเปื้อนอาหาร ปรอทที่ถูกปล่อยลงในน้ำจะไปสะสมในแพลงก็ตอนและเข้าสู่วงจรอาหาร (มักตรวจพบปรอทในสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มบริเวณชายฝั่งมากกว่าอาหารชนิดอื่น) บัคเตรีในน้ำบางชนิดเปลี่ยนปรอทในรูปอนินทรีย์ซึ่งมีพิษไม่มากให้เป็นสารอินทรีย์ เช่น เมทิลเมอร์คิวรี (methyl mercury) ซึ่งมีพิษสูงได้ ทั้งนี้การควบคุมกระบวนการผลิตและการกำหนดปริมาณปรอทในน้ำทิ้งจากโรงงานไม่เกิน 0.005 มก. ต่อ ลิตร จะช่วยลดปัญหานี้ได้มาก
-
แคดเมียม(cadmium)-
มักพบอยู่รวมกับสังกะสีในดิน การถลุงแร่สังกะสีจะทำให้แคดเมียมฟุ้งกระจายในอากาศและลงสู่แหล่งน้ำ นอกจากนี้อุตสาหกรรมการเคลือบโลหะ การผลิตสีผสมพลาสติกและสีทาบ้าน จะมีโลหะนี้ปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อมด้วย แคดเมียมอยู่ในร่างกายได้นานเป็นสิบปี มักไปสะสมที่ตับ และไต อาการพิษที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนแคดเมียมพบไม่มาก การป้องกันทำได้หลายด้าน เช่น การกำหนดปริมาณแคดเมียมในของเสียจากโรงงาน (เช่น แคดเมียมในน้ำทิ้งจากโรงงาน ต้องไม่เกิน 0.03 มก. ต่อลิตร), กำหนดปริมาณแคดเมียมในภาชนะ และ วัสดุที่ใช้สัมผัสหรือห่อหุ้มอาหาร
-
นิเกิล(nickel)-
มักพบนิเกิล และสารประกอบนิเกิลในดิน น้ำ สัตว์ และพืช โดยนิยมนำไปผสมกับโลหะเพื่อเพิ่มความแข็ง และความเป็นมันวาวในเครื่องประดับ เหรียญ นิเกิลจะถูกดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก และสะสมบริเวณกระดูก ตับ ปอด และไต ถ้ามีนิเกิลสะสมในร่างกายปริมาณมากจะส่งผลให้การดูดซึมธาตุเหล็กลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาการไอ จาม ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องและท้องเสีย และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งที่ปอด ทั้งนี้ปริมาณนิเกิลในน้ำทิ้งจากโรงงาน ไม่เกิน 1 มก. ต่อ ลิตร ขณะที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 199 ปี2543 กำหนดปริมาณนิเกิลในน้ำแร่ธรรมชาติ น้อยกว่า 0.02 มิลลิกรัมต่อน้ำแร่ธรรมชาติ 1 ลิตร

แหล่งแร่ดีบุกมีเฉพาะภูมิภาคบางแห่งของโลก ไทยเป็นแหล่งแร่ดีบุกใหญ่แห่งหนึ่งในโลก ดีบุกสะสมอยู่ในพืชได้น้อยกว่าตะกั่ว กระป๋องบรรจุอาหารทำจากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของเหล็ก และเคลือบทับด้วยสารสังเคราะห์บางประเภทอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันดีบุกละลายผ่านออกมา แต่หากนำไปบรรจุอาหารที่มีสารบางชนิดปนอยู่หรือการเก็บอาหารกระป๋องในที่ร้อน ดีบุกจะละลายมาในอาหารได้ นอกจากนั้นเมื่อเปิดกระป๋องแล้วออกซิเจนจากอากาศจะเป็นตัวเร่งให้ดีบุกละลายมากขึ้น อาหารกระป๋องจึงเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับธาตุดีบุกมากกว่าอาหารประเภทอื่น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพิษสะสมของดีบุก เคยมีรายงานการป่วยเนื่องจากพิษเฉียบพลันจากการดื่มน้ำผลไม้กระป๋องซึ่งมีดีบุกปนเปื้อนมากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดินและมีไข้ หลายประเทศพยายามควบคุมปริมาณดีบุกในอาหารกระป๋องให้มีน้อยที่สุด แต่ในบางประเทศยังทำได้ยากเพราะอยู่ในเขตร้อน โอกาสที่ดีบุกจะละลายออกมา ย่อมมีมากกว่าประเทศเขตหนาว
-
ตะกั่ว(lead)-
สารตะกั่วที่ปนเปื้อนอาหารนั้นมาจากอากาศร้อยละ 90 ไอเสียรถยนต์เป็นตัวแพร่กระจายที่สำคัญเนื่องจากการใส่สารประกอบตะกั่ว (lead tetraethylene) ในน้ำมันรถยนต์เพื่อกันเครื่องยนต์น็อค ดังนั้น พืชผักที่ปลูกใกล้ถนนจะมีโอกาสปนเปื้อนตะกั่วมาก แต่สามารถล้างขจัดออกได้ นอกจากนั้นอาจพบตะกั่วในดินบางแห่งมาก เช่น บริเวณใกล้โรงงานถลุงแร่ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ในการผลิตกระป๋องบรรจุอาหาร ใช้แผ่นเหล็กเคลือบดีบุกมาเชื่อมต่อกันด้วยโลหะผสมตะกั่ว จึงมีโอกาสที่ตะกั่วบริเวณตะเข็บกระป๋องด้านในจะละลายลงในอาหารได้ จากการตรวจพบตะกั่วในอาหารเกือบทุกประเภท1 ใน 3ของอาหารที่มีตะกั่วปนเปื้อนเป็นอาหารกระป๋อง เพื่อลดปัญหานี้จึงได้พัฒนาวิธีเชื่อมกระป๋องบรรจุอาหารโดยใช้กระบวนการอิเล็กทรอนิกส์แทนวิธีเดิม สำหรับปริมาณตะกั่วในน้ำทิ้งจากโรงงาน ต้องไม่เกิน 0.2 มก. ต่อ ลิตร
-
สารหนู(arsenic)-
เป็นธาตุกึ่งโลหะ ในธรรมชาติอาจมีในน้ำบาดาล แต่มักพบเป็นสินแร่ ในลักษณะเป็นสารประกอบกับธาตุอื่น ๆ เช่น เหล็ก ทองแดง นิเกิล โดยอาจอยู่ในรูปอาร์เซไนด์ หรือ ซัลไฟด์ หรือ ออกไซด์ ประเทศไทยพบมากในรูปอาเซโนไพไรต์ หรือที่เรียกว่า เพชรหน้าแท่น เป็นสารประกอบของธาตุเหล็ก สารหนู และกำมะถัน ซึ่งเป็นแร่ที่มักพบร่วมกับดีบุก พลวง และวุลแฟรม แร่นี้ผุพังสลายตัวเป็นสารที่ละลายน้ำได้ง่ายจึงละลายอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไป หากได้รับในปริมาณมากมีอันตรายถึงตาย ตับหรือไตวาย สำหรับปริมาณสารหนูในน้ำทิ้งจากโรงงาน ไม่เกิน 0.25 มก. ต่อ ลิตร
-
โครเมียม(chromium)-
มักพบในธรรมชาติ อากาศ น้ำ และดิน นิยมนำโครเมียมมาผสมในเหล็ก สารประกอบโครเมียมจะมีคุณสมบัติต้านทานต่อสนิม และการกัดกร่อน ถ้ามีปริมาณโครเมียมในร่างกายมากจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อตับและไต อาจเสียชีวิตเนื่องมาจาก ตับและไตอักเสบเกิดอาการตกเลือด เซลล์ตับหยุดทำงาน ทั้งนี้ขณะที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่199 ปี2543ได้กำหนดปริมาณโครเมียมในน้ำแร่ธรรมชาติทั้งหมดไม่ควรเกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อน้ำแร่ธรรมชาติ 1ลิตร ปริมาณโครเมียมในน้ำทิ้งจากโรงงาน ชนิดเฮ็กซาวาเล้นท์ – Cr (+6) ต้องไม่เกิน 0.25 มก./ล. และชนิดโครเมียมชนิดไตรวาเล้นท์ – Cr (+3) ต้องไม่เกิน 0.75 มก./ล.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
RoHS ย่อมาจาก Restriction of Hazardous Substances เป็นข้อกำหนดที่ 2002/95/EC ของสหภาพยุโรป (EU) ว่าด้วยเรื่องของการใช้สารที่เป็นอันตรายในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหมายความรวมถึงเครื่องใช้ทุกชนิด ที่ต้องอาศัยไฟฟ้าในการทำงาน เช่น โทรทัศน์ เตาอบไมโครเวฟ วิทยุ เป็นต้นซึ่งหมายความว่า ชิ้นส่วนทุกอย่างที่ประกอบเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ตั้งแต่แผงวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสายไฟ จะต้องผ่านตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยสารที่จำกัดปริมาณในปัจจุบัน กำหนดไว้ 6 ชนิด ได้แก่ Pb, Hg, Cr, Br, Cd, PBB และ PBDE
RoHS Concentration Limit
Substances Allowed Limit Substance (% by weight)
Polybrominated diphenyl ethers (PBDE) 0.1 (1,000ppm)
Polybrominated biphenyls (PBB) 0.1 (1,000ppm)
Hexavalent Chromium (Cr6+) 0.1 (1,000ppm)
Cadmium (Cd) 0.01 (100ppm)
Mercury(Hg) 0.1 (1,000ppm)
Lead (Pb) 0.1 (1,000ppm) |