บริษัท ยูนิเวอร์แซล ซิสเท็มส์ จำกัด
Clean Room การตรวจเฝ้าระวังในห้องสะอาด

1 การตรวจเฝ้าระวังการปนเปื้อนจากอนุภาคจุลินทรีย์       

ห้องสะอาด เช่น สถานที่ผลิตยาปราศจากเชื้อ จะต้องมีการรตรวจสอบหาเชื้อจุลินทรีย์ด้วยวิธีการวางจานเพาะเชื้อ (settle plates) การเก็บตัวอย่างเชื้อบริเวณพื้นผิว (surface sampling) การเก็บตัวอย่างจากอากาศ (Air sampling) หรือวิธีการอื่น ๆที่เหมาะสม  การตรวจสอบจะต้องมีการเก็บบันทึกไว้  ถ้าผลที่ได้รับเบี่ยงเบนไปจากเดิมจะต้องแก้ไขทันที

1.1 การวางจานเพาะเชื้อ (settle plate)

 วิธีการที่ใช้ตรวจเชื้อจุลินทรีย์  ในอากาศภายในห้องผลิตยาปราศจากเชื้ออย่างกว้างขวาง  โดยการวางจานเพาะเชื้อที่บรรจุอาหารเลี้ยงเชื้อให้ถูกกับอากาศ  ภายในห้องตามเวลาที่กำหนด  การกำหนดจุดวางจานเพาะเชื้อเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดวิกฤติที่มีการบรรจุยา  ควรวางอย่างน้อยห้องละ 2 อัน ใช้เวลา 30 นาที  วางตามจุดที่กำหนดไว้ในแผนผัง  หลังจากนั้นนำจานเพาะเชื้อไป incubate ที่อุณหภูมิที่เหมาะสม  นับจำนวนโคโลนีหาชนิดของเชื้อ และนำไปประเมินผลต่อไป

1.2 การเก็บตัวอย่างจากอากาศ (Volumetric Air Sampling) เป็นวิธีการที่ใช้วัดจำนวนเชื้อ  ซึ่งไม่สามารถทำได้โดยวิธีวางจานเพาะเชื้อในบริเวณปราศจากเชื้อ  เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ Slit-to-agar , Impact sampler , Reuter Centrifugal sampler เครื่องมือเหล่านี้ใช้วัดปริมาณอากาศที่ตกกระทบบนผิวของอาหารเลี้ยงเชื้อ  หากอากาศมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์จะมีโคโลนีของเชื้อปรากฏอยู่บนพื้นผิวของอาหารเลี้ยงเชื้อดังกล่าวภายหลังการ incubate ที่อุณหภูมิและเวลาที่กำหนด นำผลที่ได้ไปประเมินคุณภาพของอากาศต่อไป  อัตราการเก็บตัวอย่าง และ ระดับการปนเปื้อนสูงสุดถูกกำหนดขึ้นโดยผู้ทำการทดสอบตามวิธีการของเครื่องมือที่ใช้ แต่องค์การ NASA  แนะนำไว้ว่าจำนวน เชื้อจุลินทรีย์ภายใต้บรรยากาศที่เป็น laminar air flow  ควรมีไม่เกิน 0.1 โคโลนี / ลบ.ฟุต (5 โคโลนี/ลบ.เมตร)

  HiVAC PETRI Sampler
เครื่องเก็บตัวอย่างอากาศ เป็นแบบportable bio-aerosol sampler, ใช้battery ในการทำงาน, โดยสามารถนำStandard Petri dish มาใส่ไว้ข้างใน เพื่อทดสอบตามหลักการของ Anderson

1.3 สวอบ (swab)

  เป็นวิธีการเก็บตัวอย่างเชื้อจุลินทรีย์บนพื้นผิวที่มีลักษณะโค้งนูน จนไม่สามารถใช้วิธี contact plateได้  การสวอบทำได้โดยจุ่มสวอบที่ทำให้ปราศจากเชื้อที่เหมาะสม แล้วนำไปจุ่มในอาหารเลี้ยงเชื้อนำสวอบเช็ดบนพื้นที่ต้องการทดสอบที่เวลาและอุณหภูมิที่กำหนดให้ ปกติ 370C, 24-48 ชม. การสวอบควร standardize วิธีการ เช่น ควรสวอบบนพื้นที่เท่า ๆ กัน (คือประมาณ 4 ตารางนิ้ว) เช็ดบริเวณทีสวอบแล้ว ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม ใช้สวอบในการเก็บตัวอย่างแยกกัน  สำหรับพื้นที่ต่างกันและประเมินผลแยกกัน  ตามพื้นที่  และวันที่หลังการ incubation ไม่ควรมีเชื้ออยู่เลยสำหรับพื้นที่สำคัญ ๆ

1.4จานสัมผัสเชื้อ Contact plates  (Rodac plates)

 เป็นการเตรียมจากอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีส่วนผสมของวุ้น (agar)ในลักษณะของอาหารเลี้ยงเชื้อที่นูนออกมาเหนือจานเพาะเชื้อเมื่อต้องการเก็บตัวอย่างเชื้อจุลินทรีย์  ให้เปิดฝาจานเพาะเชื้อซึ่งฆ่าเชื้อแล้วออก  แล้วกดอาหารเบา ๆ ไปบนพื้นผิวที่ต้องการทดสอบเชื้อ  ปิดฝาจานเพาะเชื้อนำไป incubate ตามเวลาและอุณหภูมิที่กำหนดให้ นับจำนวนเชื้อต่อหน่วยพื้นที่ 

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับตรวจเชื้อบนพื้นผิวที่มีลักษณะเรียบและแบน  เช่น  เครื่องมือผลิต พื้น ฝาผนัง และตามถุงมือ  เสื้อผ้าของพนักงาน  การใช้จานสัมผัสเชื้อทดสอบเชื้อที่เครื่องแต่งตัวและถุงมือของพนักงานนั้นให้ทำหลังจากเลิกงานปกติแล้ว  โดยสุ่มตัวอย่างที่ข้อศอกเสื้อ  ปลายแขนเสื้อ และที่อื่น ๆ จุดต่าง ๆ  ที่สัมผัสกับจานเพาะเชื้อจะต้องเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม  เพื่อกันการตกค้างของอาหารเลี้ยงเชื้อ  ซึ่งจะทำให้เกิดการปนเปื้อนต่อไปได้ บ่งชี้ทุกจานเพาะเชื้อโดยแสดงถึงจุดที่ทำการสุ่มตัวอย่างอย่างชัดเจน นำจานเพาะเชื้อเข้า incubator  ถ้ามีเชื้อขึ้นจะต้องหาสาเหตุและแก้ไข เพื่อป้องกันหรือลดปริมาณการปนเปื้อนที่จะเกิดขึ้นอีกและจะต้องมีการบันทึกด้วย

จำนวนโคโลนีที่มากที่สุด  จะต้องไม่เกิน 100 โคโลนีต่อตารางฟุต          

2 การตรวจเฝ้าระวังการปนเปื้อนจากอนุภาคฝุ่นละออง   

2.1 การตรวจแผ่นกรอง HEPA
 โดยวิธีตรวจหาสาร DOP (DOP test for HEPA Filter) ประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคซึ่งมีขนาดเล็ก 0.3 um. ได้อย่างน้อย 99.97 % เพื่อให้แน่ใจได้ว่า HEPA Filter ยังทำงานได้ดีไม่มีความเสียหาย (การรั่ว) เกิดขึ้นในระห่างการติดตั้งหรือการปฏิบัติงาน  การทดสอบ  filter ควรจะกระทำหลังจากมีการวัดความเร็วลม  และมีการปรับควมเร็วลมตามความจำเป็นจนเป็นผลที่ได้รับเป็นที่ยอมรับแล้ว
การทดสอบควรกระทำโดยผู้ที่มีความสามารถ และทดสอบโดยการพ่นไอของ DOP (Dioctyl Phhalate particle) ผ่านport ของแผ่นกรองเข้าไปด้านบนแล้วตรวจหารอยรั่วทางด้านล่างของแผ่นกรอง  โดยใช้ aerosol probe ถือ photometer probe ให้ห่างผิวหน้าแผ่นกรองประมาณ 1 นิ้ว scan probe ผ่านผิวหน้าแผ่นกรองทั้งกมดไปมาอย่างช้า ๆโดยมีอัตราความเร็วไม่มากกว่า 10 ฟุตต่อนาที ใช้ photometer probe ผ่านไปรอบด้านข้างของแผ่นกรองให้ทั่วผ่านไปตามรอยเชื่อมต่อระหว่างแผ่นกรองและกรอบ และ ผ่านไปตามจุดรอยเชื่อมอื่น ๆ  ในการติดตั้งซึ่งอาจทำให้เกิดรอยรั่วโดยลมผ่านออกมาได้โดยไม่ผ่านแผ่นกรอง
การรั่วของ HEPA Filter ที่ไม่สามารถยอมรับได้คือ 0.01 % ของระดับมาตรฐาน เมื่อมีรอยรั่วเกิดขึ้นแก้ไขได้ โดยใช้กาวซิลิดโคน อุดรอยรั่วเป็นบริเวณกว้าง 1-2 นิ้วจากจุดที่รั่ว  และทำการตรวสอบรอยรั่วซ้ำเหมือนเดิม การอุดรอยรั่วต้องไม่มากกว่า 5% ของพื้นที่กรอง หรือลมที่ออกมายังบริเวณที่ทำงานไม่เปลี่ยนแปลง  ถ้ามีการอุดรอยรั่วเกิน 5 % ต้องทิ้งแผ่นกรองไป แล้วทำการติดตั้งแผ่นกรองชุดใหม่

2.2 การตรวจอนุภาคในอากาศ (Airborne Particle Count Test)
 ตามที่อากาศที่จะผ่านเข้าไปในบริเวณสะอาด หรือ ปราศจากเชื้อนั้นจะต้องผ่านการกรองเสียก่อน  เพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่จะมาจากอากาศ ซึ่งระดับความสะอาดขึ้นกับจำนวนของอนุภาค 0.5 um. หรือใหญ่กว่าต่อลูกบาศก์ฟุตของอากาศ  จำนวนอนุภาคในอากาศหาได้โดยการสุ่มตัวอย่างอากาศตามที่ และ เวลาทีกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าในสถานที่ที่ต้องการความสะอาดสูง ๆ (critical work location) จะมีอนุภาคไม่เกินจำนวนที่กำหนดไว้ เช่น ไม่เกิน 100 อนุภาคต่อลูกบาศก์ฟุตของอนุภาคขนาด 0.5 um หรือใหญ่กว่าอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบคือ light scattering particle counter

วิธีทดสอบต้องทำโดยผู้ที่มีความสามารถและทำหลังจากผ่านการทดสอบรอยรั่วและความเร็วลมของHEPA Filter เรียบร้อยแล้ว เริ่มเราต้องทดสอบห้องในสภาวะที่ไม่มีการทำงานทั้งของบุคลากรและเครื่องจักร โดยใช้เครื่องนับอนุภาค  นับจำนวนของอนุภาคที่มีขนา 0.5 um. หรือใหญ่กว่า  ในจุดที่สูง 40 นิ้ว จากจุดศูนย์กลางของแต่ละ grid ถ้าการนับอนุภาคได้น้อยกว่า 50 ต่อลูกบาศก์ฟุตของอากาศให้นับซ้ำในตำแหน่งเดิมอีก 4 ครั้ง 

หลังจากทำการทดสอบรอยแรกแล้ว  ถ้า HEPA air filtration module ทำงานอยู่ในช่วงที่กำหนดให้ทดสอบซ้ำ โดยให้มีบุคลากรและเครื่องจักรทำงานตามปกติ  ถ้าช่วงใดมีการเบี่ยงเบนไปไปจาก่ายอมรับได้ต้องทดสอบส่วนต่าง ๆ  ของระบบ ทำการซ่อม หรือ ปรับจนกระทั่งได้สภาวะที่ต้องการ
สมรรถภาพของะบบอากาศถือว่าผ่านการตรวจสอบความถูกต้องได้ ต่อเมื่อผลของการทดสอบ3ครั้งติดต่อกันอยู่ในช่วงที่กำหนด
3 การควบคุมความเร็วลมและการถ่ายเทอากาศ
ห้องสะอาดเป็นห้องที่จัดสร้างขึ้นมาให้ได้ระดับอากาศที่สมดุลย์  และสามารถจ่ายอากาศจำนวนเพียงดพ  เพื่อให้ได้ความเร็วลมอย่างน้อย 90 ฟุตต่อนาที  โดยวัดใต้ HEPA Filter 6 นิ้ว  อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบความเร็วของอากาศหรือลมที่ผ่านแผ่นกรอง คือ anemometer 
การทดสอบนี้ทำโดยบุคลากรที่ยอมรับให้ทำการทดสอบในทุกห้องที่มี HEPA Filter  ติดตั้งอยู่  ต้องจำกัดจำนวนของพนักงานที่อยู่ในห้องในขณะไม่ได้ทำงานให้มีจำนวนน้อยที่สุด  การวัดต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 15 วินาที ผลการวัดความเร็วลมควรจะสูงกว่า 90 ฟุตต่อนาที  และไม่มากกว่า 150 ฟุตต่อนาที ในจุดที่ห่างจาก HEPA Filter ระยะ 6 นิ้ว
ตารางการจัดระดับความสะอาดของอากาศจาก Federal Standard 209 E          
 
Class จำนวนอนุภาค สูงสุด
0.5 ไมครอน 5 ไมครอน

ลูกบาศก์ก์ฟุต

ลิตร

ลูกบาศก์ก์ฟุต

ลิตร

100

100

3.5

-

-

10,000

10,000

350

65

2.3

100,000

100,000

3500

700

25

      

ความเร็วลมของLaminar air flowแนวราบ(horizontal flow) 0.45 ±0.1m/s
ความเร็วลมของLaminar air flowแนวดิ่ง (vertical flow) 0.30 ±0.05m/s
จำนวนและขนาดอนุภาคของห้องสะอาด Cleanroom standards     ISO 14644-1

Class
maximum particles/m³
FED STD 209E
equivalent
≥0.1 µm
≥0.2 µm
≥0.3 µm
≥0.5 µm
≥1 µm
≥5 µm
ISO 1
10
2
 
 
 
 
 
ISO 2
100
24
10
4
 
 
 
ISO 3
1,000
237
102
35
8
 
Class 1
ISO 4
10,000
2,370
1,020
352
83
 
Class 10
ISO 5
100,000
23,700
10,200
3,520
832
29
Class 100
ISO 6
1,000,000
237,000
102,000
35,200
8,320
293
Class 1000
ISO 7
 
 
 
352,000
83,200
2,930
Class 10,000
ISO 8
 
 
 
3,520,000
832,000
29,300
Class 100,000
ISO 9
 
 
 
35,200,000
8,320,000
293,000
Room air


4 การควบคุมความแตกต่างของความดันอากาศ 

อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบคือ  Manometer  ซึ่งมีขีดอ่านขนาด 0.01 นิ้วน้ำ  เพื่อใช้ดูความสามารถของระบบควบคุมความดันว่าสามารถทำให้ระดับความดันอากาศได้ตามที่กำหนดหรือไม่

ความแตกต่างของความดันอากาศในบริเวณผลิตและแอร์ล็อคควรมีอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอนุภาคและเชื้อโรคต่าง ๆ  ความแตกต่างของความดันอากาศในแต่ละห้องที่มีระดับความสะอาดต่างกันควรจะต่างกันประมาณ 0.05 นิ้วน้ำ เมื่อประตูทุกบานปิดหมดและต้องเปิด HVAC (Heating ventilation and air-conditioning system) และระบบลามินาร์แอร์โฟลอย่างต่อเนื่องกัน

5 การควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control)

เพื่อให้สภาพการทำงานสะดวกสบาย  จึงต้องมีการควบคุมอุณหภูมิภายในห้องปกติจะปรับให้อุณหภูมิอยู่ที่ 72010%(220C ±10% )  อาจจะต้องลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่านี้  ถ้าใช้เครื่องแต่งตัวพิเศษ

การควบคุมอุณหภูมิในห้องปฏิบัติการจะต้องเกี่ยวข้องกับ heating, ventilation และ air condition system (HVAC)  ในห้องทำงานซึ่งมีตู้ฆ่าเชื้อ  หรือตู้อบไฟฟ้าติดตั้งอยู่  ซึ่งจะเพิ่มความร้อนในห้องได้  ถ้าออกแบบระบบอากาศไม่พอเหมาะนอกจากจะทำให้บุคลากรที่ทำงานในห้องอึดอัดไม่สบายแล้ว  ยังทำให้เกิดการปนเปื้อนสูง อันเนื่องมาจากเหงื่อของบุคลกรได้ ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบอณหภูมิได้แก่ Dry bulb thermometer, Thermoanemometer หรือ  Thermocouple และ Recorder

การตรวจสอบนั้นควรเปิด HVAC  ไว้ก่อนอย่างน้อย 24  ชั่วโมง  และแสงสว่างต่าง ๆ จะต้องเปิดไว้ขณะที่ทำการตรวจสอบ  วัดและบันทึกอุณหภูมิแต่ละห้อง การตรวจสอบนั้ควรกระทำทั้งในขณะที่ปฏิบัติงานอยู่และไม่มีการปฏิบัติงาน ค่าที่ยอมรับควรจะอยู่ที่720F ±(220 C ±) ตลอดเวลา

6 การควบคุมความชื้น (Humidity  control)

ระดับความชื้นของห้องจะต้องถูกควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยทั่วไปในการผลิตยาปราศจากเชื้อความชื้นสัมพัทธ์จะอยู่ระหว่าง 45%-55% แต่มีบางผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุม  ให้ความชื้นสัมพัทธ์อยู่ระหว่าง15%-30 % อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบได้แก่ Dry bulb และ Wet bulb thermometer และ automatic humidity recorder ก่อนที่จะทำการตรวจวัดจะต้องเดินเครื่องก่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ทำการตรวจวัดcละบันทึกผลทั้งในขณะทีไม่มีการปฏิบัติงานและขณะที่มีการปฏิบัติงานทุก ๆห้อง  แสดงว่าระบบการทำงานของอากาศที่ควบคุมความชื้นที่เป็นที่ยอมรับได้

การตรวจสอบคุณภาพอากาศ IAQ ในอาคาร

ตรวจนับจำนวนรวมจุลชีพ (แบตทีเรีย ราและยีสต์) และ ตรวจระดับสารเคมีในอากาศ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Carbon Dioxide (CO2), ก๊าซคาร์บอนมอนน๊อกไซด์ Carbon Monoxide (CO), ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ Nitrogen Dioxide (NO2), ก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ Formaldehyde (HCHO)

Home หน้าแรก
Import Products ผลิตภัณฑ์นำเข้า
Promotions โปรโมชั่นส์ สินค้ารุ่นใหม่
Product Support ข้อมูลเสริมผลิตภัณฑ์
Information เรื่องที่น่าห่วง
Contact Us ติดต่อเรา

Standard precautions หลักปฏิบัติป้องกันการติดเชื้อ
GMOs ชุดตรวจพืชดัดแปรพันธุกรรม จีเอ็มโอ เร่งด่วนในการพาณิชย์
Coverall การประยุกต์ใช้งานอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล
Physical Property การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุ
Food Safety ระบบความปลอดภัยด้านอาหาร
UV ระดับแสงอัลตร้าไวโอเลทในการฆ่าเชื้อ
Bioaerosol ขนาดของอนุภาค
VOCs การกำจัดไอสารอินทรีย์ระเหยง่าย
Germicidal Efficiencyประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ
Clean Room การตรวจเฝ้าระวังในห้องสะอาด
โทร022920796ถึง7อีเมล์info@unisys-th.com