บริษัท ยูนิเวอร์แซล ซิสเท็มส์ จำกัด
Hazardous Wastes ขยะของเสียในชีวิตประจำวัน

ขยะของเสีย ที่สำคัญซึ่งเป็นปัญหากระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมาจากแหล่งต่างๆ ดังนี้

1. ภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ สารเคมีเหลือทิ้ง เศษวัตถุดิบ เศษผลิตภัณฑ์ น้ำเสีย อากาศเสีย กากขยะอุตสาหกรรม สารเคมีเหลือทิ้ง ซากสารเคมีที่ถูกเผาไหม้ น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว กากน้ำมัน

2. สถานพยาบาล ได้แก่ มูลฝอยติดเชื้อ เศษชิ้นส่วนอวัยวะต่าง ๆ เศษเนื้อเยื่อ สารกัมมันตรังสี ซากสัตว์ทดลองและสิ่งขับถ่ายหรือของเหลวจากร่างกายผู้ป่วย

3. ชุมชนบ้านเรือน ได้แก่ ถ่านไฟฉายหมดสภาพ (มีสารแคดเมียมซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างกระดูก) แบตเตอรี่รถยนต์เก่าใช้แล้ว (มีแผ่นธาตุตะกั่วที่สามารถทำอันตรายต่อระบบการสร้างเม็ดเลือดแดงของมนุษย์) น้ำยาทำความสะอาด หลอดฟลูออกเรสเซนต์ (มีสารปรอทซึ่งทำอันตรายต่อระบบประสาท) สารเคมีกำจัดยุง-แมลง ขยะมูลฝอยสด เศษอาหาร กระดาษ โฟม พลาสติก ขวด แก้ว โลหะ 

4. ภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ภาชนะขวดบรรจุสารเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกายสิ่งมีชีวิต

ของเสียอันตรายนี้ แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ได้แก่

  • วัตถุระเบิดได้
  • วัตถุไวไฟ
  • วัตถุออกซิไดซ์และวัตถุเปอร์ออกไซด์
  • วัตถุมีพิษ
  • วัตถุที่ทำให้เกิดโรค
  • วัตถุกัมมันตรังสี
  • วัตถุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
  • วัตถุกัดกร่อน
  • วัตถุทีก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • วัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์ หรือ สิ่งอื่นใดอาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม

"สารโลหะหนัก" อันตรายใกล้ๆตัว

ปรอท(mercury)-

ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง เช่น โรงงานผลิตคลอรีน เครื่องใช้ไฟฟ้า สีทาบ้าน และอื่น เหล่านี้เป็นแหล่งใหญ่ของปรอทที่ถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม และไปปนเปื้อนอาหาร ปรอทที่ถูกปล่อยลงในน้ำจะไปสะสมในแพลงก็ตอนและเข้าสู่วงจรอาหาร (มักตรวจพบปรอทในสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มบริเวณชายฝั่งมากกว่าอาหารชนิดอื่น) บัคเตรีในน้ำบางชนิดเปลี่ยนปรอทในรูปอนินทรีย์ซึ่งมีพิษไม่มากให้เป็นสารอินทรีย์ เช่น เมทิลเมอร์คิวรี (methyl mercury) ซึ่งมีพิษสูงได้ ทั้งนี้การควบคุมกระบวนการผลิตและการกำหนดปริมาณปรอทในน้ำทิ้งจากโรงงานจะช่วยลดปัญหานี้ได้มาก

แคดเมียม(cadmium)-

มักพบอยู่รวมกับสังกะสีในดิน การถลุงแร่สังกะสีจะทำให้แคดเมียมฟุ้งกระจายในอากาศและลงสู่แหล่งน้ำ นอกจากนี้อุตสาหกรรมการเคลือบโลหะ การผลิตสีผสมพลาสติกและสีทาบ้าน จะมีโลหะนี้ปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อมด้วย แคดเมียมอยู่ในร่างกายได้นานเป็นสิบปี มักไปสะสมที่ตับ และไต อาการพิษที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนแคดเมียมพบไม่มาก การป้องกันทำได้หลายด้าน เช่น การกำหนดปริมาณแคดเมียมในของเสียจากโรงงาน กำหนดปริมาณในภาชนะ และ วัสดุที่ใช้สัมผัสหรือห่อหุ้มอาหาร

นิเกิล(nickel)-

มักพบนิเกิล และสารประกอบนิเกิลในดิน น้ำ สัตว์ และพืช โดยนิยมนำไปผสมกับโลหะเพื่อเพิ่มความแข็ง และความเป็นมันวาวในเครื่องประดับ เหรียญ นิเกิลจะถูกดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก และสะสมบริเวณกระดูก ตับ ปอด และไต ถ้ามีนิเกิลสะสมในร่างกายปริมาณมากจะส่งผลให้การดูดซึมธาตุเหล็กลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดอาการไอ จาม ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องและท้องเสีย และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งที่ปอด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่199 ปี2543 กำหนดปริมาณนิเกิลในน้ำแร่ธรรมชาติ <0.02 มิลลิกรัมต่อน้ำแร่ธรรมชาติ 1ลิตร

ดีบุก(tin)-

แหล่งแร่ดีบุกมีเฉพาะภูมิภาคบางแห่งของโลก ไทยเป็นแหล่งแร่ดีบุกใหญ่แห่งหนึ่งในโลก ดีบุกสะสมอยู่ในพืชได้น้อยกว่าตะกั่ว กระป๋องบรรจุอาหารทำจากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก เพื่อป้องกันการกัดกร่อนของเหล็ก และเคลือบทับด้วยสารสังเคราะห์บางประเภทอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันดีบุกละลายผ่านออกมา แต่หากนำไปบรรจุอาหารที่มีสารบางชนิดปนอยู่หรือการเก็บอาหารกระป๋องในที่ร้อน ดีบุกจะละลายมาในอาหารได้ นอกจากนั้นเมื่อเปิดกระป๋องแล้วออกซิเจนจากอากาศจะเป็นตัวเร่งให้ดีบุกละลายมากขึ้น อาหารกระป๋องจึงเป็นแหล่งสำคัญที่ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับธาตุดีบุกมากกว่าอาหารประเภทอื่น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพิษสะสมของดีบุก เคยมีรายงานการป่วยเนื่องจากพิษเฉียบพลันจากการดื่มน้ำผลไม้กระป๋องซึ่งมีดีบุกปนเปื้อนมากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดินและมีไข้ หลายประเทศพยายามควบคุมปริมาณดีบุกในอาหารกระป๋องให้มีน้อยที่สุด แต่ในบางประเทศยังทำได้ยากเพราะอยู่ในเขตร้อน โอกาสที่ดีบุกจะละลายออกมา ย่อมมีมากกว่าประเทศเขตหนาว

โครเมียม(chromium)-

มักพบในธรรมชาติ อากาศ น้ำ และดิน นิยมนำโครเมียมมาผสมในเหล็ก สารประกอบโครเมียมจะมีคุณสมบัติต้านทานต่อสนิม และการกัดกร่อน ถ้ามีปริมาณโครเมียมในร่างกายมากจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อตับและไต อาจเสียชีวิตเนื่องมาจาก ตับและไตอักเสบเกิดอาการตกเลือด เซลล์ตับหยุดทำงาน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 199 ปี2543 กำหนดปริมาณโครเมียมในน้ำแร่ธรรมชาติทั้งหมดไม่ควรเกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อน้ำแร่ธรรมชาติ 1ลิตร

ตะกั่ว(lead)-

สารตะกั่วที่ปนเปื้อนอาหารนั้นมาจากอากาศร้อยละ 90 ไอเสียรถยนต์เป็นตัวแพร่กระจายที่สำคัญเนื่องจากการใส่สารประกอบตะกั่ว (lead tetraethylene) ในน้ำมันรถยนต์เพื่อกันเครื่องยนต์น็อค ดังนั้น พืชผักที่ปลูกใกล้ถนนจะมีโอกาสปนเปื้อนตะกั่วมาก แต่สามารถล้างขจัดออกได้ นอกจากนั้นอาจพบตะกั่วในดินบางแห่งมาก เช่น บริเวณใกล้โรงงานถลุงแร่ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ในการผลิตกระป๋องบรรจุอาหาร ใช้แผ่นเหล็กเคลือบดีบุกมาเชื่อมต่อกันด้วยโลหะผสมตะกั่ว จึงมีโอกาสที่ตะกั่วบริเวณตะเข็บกระป๋องด้านในจะละลายลงในอาหารได้ จากการตรวจพบตะกั่วในอาหารเกือบทุกประเภท 1 ใน 3 ของอาหารที่มีตะกั่วปนเปื้อนเป็นอาหารกระป๋อง เพื่อลดปัญหานี้จึงได้พัฒนาวิธีเชื่อมกระป๋องบรรจุอาหารโดยใช้กระบวนการอิเล็กทรอนิกส์แทนวิธีเดิม

สารหนู(arsenic)-

เป็นธาตุกึ่งโลหะ ในธรรมชาติอาจมีในน้ำบาดาล แต่มักพบเป็นสินแร่ ในลักษณะเป็นสารประกอบกับธาตุอื่น เช่น เหล็ก ทองแดง นิเกิล โดยอาจอยู่ในรูปอาร์เซไนด์ หรือ ซัลไฟด์ หรือ ออกไซด์ ประเทศไทยพบมากในรูปอาเซโนไพไรต์ หรือที่เรียกว่า เพชรหน้าแท่น เป็นสารประกอบของธาตุเหล็ก สารหนู และกำมะถัน ซึ่งเป็นแร่ที่มักพบร่วมกับดีบุก พลวง และวุลแฟรม แร่นี้ผุพังสลายตัวเป็นสารที่ละลายน้ำได้ง่ายจึงละลายอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไป หากได้รับในปริมาณมากมีอันตรายถึงตาย ตับหรือไตวาย 

 

>ชุดตรวจการปนเปื้อนของโลหะหนัก
Home หน้าแรก
Import Products ผลิตภัณฑ์นำเข้า
Promotions โปรโมชั่นส์ สินค้ารุ่นใหม่
Product Support ข้อมูลเสริมผลิตภัณฑ์
Information เรื่องที่น่าห่วง
Contact Us ติดต่อเรา

Emerging Bird Flu ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ โรคอุบัติใหม่
TB โรคอุบัติซ้ำ วัณโรคที่กลับมาใหม่
Pollution มลพิษในอากาศ
Food Poisoning อาหารมีสารพิษปนเปื้อน
Food Pathogen จุลชีพก่อโรคในอาหาร
Mycotoxins สารพิษจากเชื้อราอะฟลาท็อกซิน
GM plant พืชอาหารจีเอ็มโอ
Hazardous Wastes ขยะของเสียในชีวิตประจำวัน
Pesticides สารกำจัดศัตรูพืช
Chem-Biological Warfare อาวุธชีวภาพและเคมี
โทร022920796ถึง7อีเมล์info@unisys-th.com